ศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตย

 ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยตําบล ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้บุคลากรภาครัฐ  ภาคเอกชน ประชาชนในตําบลและชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมและ ช่วยเหลือการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสํานักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัด  ในการเผยแพร่วิชาการ การให้ความรู้ความเข้าใจ ที่ถูกต้องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญและการศึกษาแก่ประชาชน รวมทั้งผู้สมัครรับเลือกตั้ง การพัฒนาการเมืองและ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมือง ของประชาชน ส่งเสริมการตรวจสอบการเลือกตั้ง การส่งเสริมให้ประชาชนได้ใช้สิทธิเลือกตั้งโดยสุจริตและ เที่ยงธรรม การขยายและพัฒนาเครือข่ายให้เข้ามาช่วยเหลือการเลือกตั้ง รวมทั้งสร้างจิตสํานึกสาธารณะให้เกิดขึ้น กับประชาชน ตลอดจนทําหน้าที่พลเมืองดีพิทักษ์รักษาสิทธิของตนเอง ของผู้อื่น ของชุมชนตามรัฐธรรมนูญ ด้วยวิถีทางระบอบประชาธิปไตย  ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย พ.ศ. ๒๕๖๐

ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งตำบล (ศส.ปชต.)

1.1 ความเป็นมา

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ดำเนินการฝึกอบรมพลเมืองอาสาพัฒนาประชาธิปไตย (พลเมืองอาสา กกต.) โดยมีเป้าหมายให้มีพลเมืองอาสา กกต. หน่วยเลือกตั้งละ 1 คน ภายในปี พ.ศ. 2558 (พ.ศ. 2554 – พ.ศ. 2558) เพื่อให้มีบทบาทส่งเสริมความรู้ประชาธิปไตยและการเลือกตั้งในตำบล และเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง

ในระยะต่อมา จึงมีแนวคิดจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งตำบล  (พ.ศ.2557 – พ.ศ.2560) โดยนายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้นำแนวคิดการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาประชาธิปไตยระดับตำบลของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงใหม่  มาประยุกต์ใช้เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมีศูนย์กลางการติดต่อประสานงานกับพลเมืองอาสา กกต. สามารถติดตามสนับสนุน การปฏิบัติงานได้สะดวกและพลเมืองอาสา กกต. มีสถานที่ติดต่อประสานงาน และสามารถนำกิจกรรมการให้ความรู้ประชาธิปไตยและการเลือกตั้งไปสู่ตำบลและหมู่บ้าน ผ่านการจัดเวทีให้ความรู้ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมของชุมชน ทำให้กิจกรรมการให้ความรู้เป็นรูปธรรมทั่วถึงควบคู่ไปกับวิถีชีวิตมากขึ้น รวมทั้งให้กรรมการศูนย์ฯ เป็นศูนย์กลางในการสรรหาบุคคลเข้ามาเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งในภาวะปกติ และในภาวะที่เกิดวิกฤตการณ์ ทั้งนี้ โดยไม่กระทบต่อกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่เดิมและทำหน้าที่มาอย่างดีแล้ว ตลอดจนทำหน้าที่ในการช่วยสอดส่องสังเกตการณ์ และแจ้งข่าวการทุจริตการเลือกตั้ง โดยปีแรกจะดำเนินการจัดตั้งศูนย์ฯ จังหวัดละ 1 ตำบล (1 ศูนย์) ขึ้นในสำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบล โดยให้มีการตั้งคณะกรรมการศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งตำบลจากพลเมืองอาสาพัฒนาประชาธิปไตยและมีหน่วยงานความร่วมมือและสนับสนุน คือ กระทรวงศึกษาธิการ  โดยสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กระทรวงมหาดไทย กรมพัฒนาชุมชน  กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา ฯลฯ

ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนแนวคิดข้างต้นเป็นรูปธรรม สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งและสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ได้ทำบันทึกตกลงความร่วมมือ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2557 ณ ห้องเซฟไฟร์ 117 – 120 อาคารอิมเพค ฟอรั่ม 1 เมืองทองธานี  จังหวัดนนทบุรี โดยกำหนดให้มีการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งตำบล จังหวัดละ 1 ตำบล (1 ศูนย์) ขึ้นในสำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบล มีการแต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งตำบล จำนวน 9 คน เป็นผู้ขับเคลื่อนเกี่ยวกับการส่งเสริมพัฒนาและให้ความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตยและการเลือกตั้งในตำบล มีเป้าหมายจัดตั้งให้ครบทุกตำบลทั่วประเทศ

1.2 วัตถุประสงค์

  1. เพื่อให้ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งตำบล เป็นศูนย์กลาง การปฏิบัติงานและประสานงานเครือข่ายในการพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งระดับตำบลของพลเมืองอาสาพัฒนาประชาธิปไตยในรูปคณะกรรมการศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งตำบล
  2. เพื่อให้สามารถเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ในชุมชนได้ในทุกรูปแบบ เพื่อปลูกจิตสำนึกให้เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชน อันเป็นการพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งในระยะยาวอย่างมั่นคงและยั่งยืน
  3. เพื่อให้ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งตำบล เป็นศูนย์กลางในการเก็บรวบรวมข้อมูลการสรรหากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ทั้งในภาวะปกติและในภาวะ ที่เกิดวิกฤตการณ์ เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะมีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งปฏิบัติหน้าที่ใน       ทุกสถานการณ์
  4. เพื่อเป็นเครือข่ายในการช่วยสอดส่องสังเกตการณ์ และแจ้งข่าวการทุจริตและฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งจะทำให้ กกต. มีเครือข่ายอยู่ทั่วทุกชุมชน
  5. เพื่อเป็นการพัฒนาต่อยอดการสร้างพลเมืองอาสาพัฒนาประชาธิปไตย (พลเมืองอาสา กกต.)ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

การจัดตั้ง ศส.ปชต.

การจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งตำบลในปี พ.ศ. 2557 ตามบันทึก
ตกลงความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กับสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) จังหวัดละ 1/ตำบล จำนวน 77 แห่ง และยังไม่สามารถจัดตั้งให้ครบทุกตำบลทั่วประเทศในปี พ.ศ. 2558 ได้ เนื่องจากสถานการณ์ที่กระทบต่อภารกิจและงบประมาณ รวมทั้งศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งตำบลที่จัดตั้งไปแล้ว ได้รับการประเมินเบื้องต้นพบว่ายังขาดทิศทางเกี่ยวกับภารกิจที่ชัดเจน จึงควรกลับมาเน้น
ในด้านคุณภาพมากกว่าปริมาณ

ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2558 คณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงได้มีมติในคราวการประชุม ครั้งที่ 112/2557 เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2557 เห็นชอบ เรื่อง การขับเคลื่อนศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งตำบล (ศส.ปชต.) ประจำปี พ.ศ. 2558 ตามนโยบายของ         ดร.ประวิช รัตนเพียร กรรมการการเลือกตั้ง รับผิดชอบด้านกิจการการมีส่วนร่วมเสนอโดยให้จัดตั้งศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งตำบล 1 อำเภอ 1 ศส.ปชต. จำนวน 851อำเภอ/ศูนย์ฯ รวมกับศูนย์ฯที่จัดตั้งในปี พ.ศ.2557แล้ว 77 ศูนย์ รวมเป็นจำนวนทั้งหมด 928 ศูนย์ โดยองค์ประกอบของการจัดตั้งเพิ่มเติมให้ดำเนินการตามแนวทางที่ดำเนินการมาแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ.2557 แต่ให้มีความยืดหยุ่นคล่องตัวตามสภาพความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ได้มากขึ้น

  • การคัดเลือกตำบลเพื่อจัดตั้ง ศส.ปชต.

การคัดเลือกตำบลเพื่อจัดตั้งเป็น ศส.ปชต. สามารถพิจารณาจากตำบลที่มีพื้นฐานความเข้มแข็งของชุมชนจากองค์ประกอบต่าง ๆ อาทิ  เช่น

(1) ประชาชนในหมู่บ้าน  ตำบล  มีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชนดี  มีพื้นฐานของชุมชนเข้มแข็งในเรื่องการทำกิจกรรมสามารถพัฒนาให้เป็นแบบอย่างแก่ตำบลอื่นๆ ในอำเภอ / จังหวัดได้

(2)  ผู้นำในหมู่บ้าน/ชุมชน  ตำบล  มีความเข้มแข็ง  มีความพร้อมในการสนับสนุนภารกิจของศูนย์ฯ และที่สำคัญคือมีแนวความคิดเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม มุ่งเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี ต้องการให้ประเทศได้รับการพัฒนาไปข้างหน้า

(3)  พลเมืองอาสาพัฒนาประชาธิปไตย ที่มีความรู้ความสามารถ มีความพร้อมและ
มีความเข้มแข็งในการปฏิบัติงาน

(4)  ครู กศน. ตำบล  มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงและเป็นที่ปรึกษาให้กับคณะกรรมการศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งตำบลได้เป็นอย่างดี

(5)  มีสถานที่หรืออาคารที่สามารถรวมกลุ่มประชุมหารือ จัดกิจกรรมรวมกันได้ตามความเหมาะสม หรือสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมนชน ตำบล

2.2 โครงสร้างของ ศส.ปชต.

โครงสร้างของ ศส.ปชต. กำหนดให้มีกรรมการ จำนวน 10 คน (โดยให้เพิ่ม ครู กศน.ตำบล 1 คน) ประกอบด้วย

–  ประธาน 1 คน

–  รองประธาน  1  คน

–  กรรมการ  6  คน

–  กรรมการและเลขานุการ  1  คน (ครู กศน.ตำบล)

–  กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ  1  คน

2.3 คุณลักษณะของกรรมการ ศส.ปชต.

กรรมการ ศส.ปชต. เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ  มีความศรัทธาในอุดมการณ์ทางประชาธิปไตย มีคุณลักษณะของความเป็นพลเมืองดีคือ เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เคารพในกฎ กติกา ระเบียบสังคม และมีความรับผิดชอบต่อตนเอง และส่วนรวม      มีภาวะผู้นำมีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ และเป็นแกนนำในชุมชนกลุ่มต่างๆ  ได้แก่

  • ปราชญ์ชาวบ้าน
  • กรรมการกองทุนหมู่บ้าน
  • กลุ่มสตรี ตำบล/หมู่บ้าน
  • อสม.
  • กรรมการหมู่บ้าน
  • กปน.
  • อาสาสมัคร กศน. ตำบล
  • พลเมืองอาสาพัฒนาประชาธิปไตย ที่ สนง. กกต .จว. ได้อบรมไว้แล้ว
  • ครู กศน. ตำบล

2.4 การสรรหากรรมการ ศส.ปชต.

การสรรหากรรมการ ศส.ปชต. อาจใช้วิธีการทำประชาคม หรือการปรึกษาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือวิธีอื่นๆ ตามความเหมาะสม โดยเน้นให้มีผู้นำชุมชนในพื้นที่ตำบลที่ตั้งศูนย์ฯ เป็นหลัก เพื่อให้กรรมการ ศส.ปชต. ที่เป็นผู้นำชุมชนสามารถปฏิบัติงานควบคู่ไปกับวิถีชีวิตประจำวัน และที่สำคัญต้องเป็นบุคคลที่มีความเต็มใจที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นกรรมการ ศส.ปชต. และสามารถร่วมปฏิบัติงานได้จริงและสม่ำเสมอ

3. ภารกิจ ศส.ปชต.

คณะกรรมการ ศส.ปชต. ถือเป็นบุคคลสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจสร้างวิถีชีวิตประชาธิปไตยในระดับพื้นที่ตำบล หมู่บ้าน จึงต้องมีบทบาททั้งการบริหาร การเป็นผู้ประสานงานเป็นนักพัฒนาชุมชนด้านประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง เป็นนักสร้างเครือข่าย และเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้  โดยการขับเคลื่อนภารกิจยึดหลักการว่าไม่มีงบประมาณก็สามารถขับเคลื่อนภารกิจ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับวิถีชีวิตในชุมชน หมู่บ้าน ซึ่งหน้าที่สำคัญที่ต้องดำเนินการได้กล่าวคือ

3.1 การบริหารจัดการ ศส.ปชต.

คณะกรรมการ ศส.ปชต. มีบทบาทหน้าที่ในการบริหารจัดการ ศส.ปชต. ให้มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานในตำบล  เพื่อให้สามารถเป็นแบบอย่างแก่ตำบลอื่นๆ ที่จะจัดตั้ง ศส.ปชต.  ในปีต่อไป   เช่น

–  มีการจัดที่ทำการ ศส.ปชต. ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงาน

–  มีการประชุมคณะกรรมการบริหาร ศส.ปชต. อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง โดยมีการจัดทำบันทึกรายงานการประชุม และมีการจัดทำแผนปฏิบัติงานของ ศส.ปชต.

–  มีการประสานการปฏิบัติงานกับหน่วยงาน องค์กร ในพื้นที่

–  มีการบันทึกการปฏิบัติงาน เพื่อใช้ประโยชน์ในการจัดทำแผน และการประสานงานในเดือนต่อๆ ไป รวมถึงใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติงาน

–  มีการจัดทำรายงานการปฏิบัติงานตามรูปแบบที่กำหนดให้กับสำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกเดือน

3.2 การให้ความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตย

การให้ความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตย เป็นการให้ความรู้เพื่อสร้างจิตสำนึกประชาธิปไตย ให้บุคคลมีวิถีชีวิตประชาธิปไตย อันจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนให้เห็นแก่ประโยชน์ของสังคมและส่วนรวม ต่อต้านพฤติกรรมทุจริต คอร์รัปชัน และการซื้อสิทธิขายเสียง คณะกรรมการ ศส.ปชต. สามารถดำเนินการให้ความรู้ ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น

(1) ให้ความรู้ตามโครงการ/กิจกรรม ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่จัดขึ้นในตำบล หมู่บ้าน

(2)  ให้ความรู้ตามโครงการ/กิจกรรม ที่คณะกรรมการ ศส.ปชต. ได้รับมอบหมาย      ให้ดำเนินการในพื้นที่

(3) ให้ความรู้ควบคู่ไปกับวิถีชีวิตประจำวันของชุมชน ที่คณะกรรมการ ศส.ปชต.มีบทบาทอยู่ในกลุ่มนั้น ๆ โดยไม่ต้องมีการจัดเป็นโครงการ/กิจกรรม

ในการออกเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตย คณะกรรมการ ศส.ปชต. ต้องวางแผนในแต่ละเดือนว่าสามารถร่วมกิจกรรมกับหน่วยงาน องค์กร ใดได้บ้าง เช่น ร่วมกับ  ครู กศน. ตำบลพัฒนาการตำบล สาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนในที่ประชุมของกองทุนหมู่บ้าน กลุ่มสตรี กลุ่ม อสม.ฯลฯ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดเวทีการพูดคุยเกี่ยวกับความสำคัญของการพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งได้สอดแทรกไปในทุกกิจกรรมของตำบล หมู่บ้าน ตลอดจนสอดแทรกไปในวงสนทนาทั่วไปทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ โดยถือเป็นการให้ความรู้ประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง สอดแทรกอยู่ในวิถีชีวิตประจำวันเพื่อให้เกิดพฤติกรรม   ที่เหมาะสมกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย เช่น มีเหตุมีผล รับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อื่นต่อสังคม และเคารพกฎกติกาของสังคม ทั้งนี้ควรบันทึกการให้ความรู้ในทะเบียนของศูนย์ฯ เพื่อจะได้เป็นข้อมูลในการปฏิบัติงานในเดือนต่อๆ ไป

3.3 การขยายเครือข่ายภารกิจพลเมือง

กรรมการ ศส.ปชต. ไม่อาจปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จโดยลำพัง จึงจำเป็นต้องมีเครือข่ายในพื้นที่ตำบล หมู่บ้าน ร่วมเป็นเครือข่ายในการปฏิบัติงาน เพื่อให้การปฏิบัติงานเข้าถึงได้ทุกพื้นที่ และมีความต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมในการให้ความรู้ การรณรงค์ การร่วมปฏิบัติงานในการเลือกตั้ง และการเป็นเครือข่ายข่าวในการเลือกตั้ง

ดังนั้น คณะกรรมการ ศส.ปชต. จึงควรแสวงหาบุคคลที่มีความประสงค์เข้ามาร่วมปฏิบัติงาน เพื่อมาเป็นเครือข่าย โดยจัดทำทะเบียนสมาชิกที่เข้ามาเป็นเครือข่าย แล้วถ่ายทอดแนวคิด และความรู้ในการปฏิบัติงาน เมื่อมีภารกิจก็ประสานงานให้เข้ามาร่วมในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ในการสร้างเครือข่าย ให้คณะกรรมการ ศส.ปชต. นำพลเมืองอาสาพัฒนาประชาธิปไตย ที่ กกต. ได้ฝึกอบรมไว้เข้ามาร่วมเป็นเครือข่ายในการปฏิบัติงานด้วย โดยประสานขอข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด

3.4 ส่งเสริมหมู่บ้าน/ชุมชนประชาธิปไตย

การส่งเสริมให้มีการจัดตั้งหมู่บ้านหรือชุมชนประชาธิปไตย ถือเป็นภารกิจสำคัญที่เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าคณะกรรมการ ศส.ปชต.  ผู้นำชุมชน และประชาชนในชุมชน มีศักยภาพร่วมกันในการบริหารจัดการขจัดปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยกระบวนการของชุมชนเอง  แล้วสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ไปยังหมู่บ้านหรือชุมชนอื่นได้ ซึ่งจะเป็นการยืนยันว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นสามารถแก้ไขได้ด้วยกระบวนการของชุมชน ด้วยกระบวนการประชาธิปไตยได้ เช่น ปัญหายาเสพติด สามารถจัดตั้งเป็นหมู่บ้านปลอดยาเสพติด ปัญหาการไม่สวมใส่หมวกกันน็อค สามารถจัดตั้งเป็นหมู่บ้านสวมหมวกกันน็อค 100 % ปัญหาสิ่งแวดล้อม สามารถจัดตั้งเป็นหมู่บ้านจัดการสิ่งแวดล้อมต้นแบบปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง สามารถจัดตั้งเป็นหมู่บ้านหรือชุมชนปลอดการซื้อสิทธิขายเสียง ปัญหาความแตกแยกในชุมชนสามารถจัดตั้งเป็นหมู่บ้านหรือชุมชนต้นแบบประชาธิปไตยที่สามารถขจัดความขัดแย้งด้วยกระบวนการประชาธิปไตยหรือเป็นหมู่บ้านที่บริหารจัดการหมู่บ้านหรือชุมชนด้วยกระบวนการประชาธิปไตย เพื่อขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ ของชุมชนจนสามารถยกเป็นแบบอย่างให้กับหมู่บ้านชุมชนอื่นๆ ได้

การจัดตั้งหมู่บ้านหรือชุมชนประชาธิปไตย สามารถอธิบายถึงกระบวนการรูปแบบประชาธิปไตยมาดำเนินงาน ซึ่งหมู่บ้านหรือชุมชนอื่นสามารถนำไปเป็นแบบอย่างในการดำเนินงานต่อไปได้ ทั้งนี้ผู้นำและสมาชิกในชุมชนสามารถอธิบายถึงกระบวนการจัดการชุมชนตั้งแต่ ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมปฏิบัติได้

การปฏิบัติงานของคณะกรรมการ ศส.ปชต. ควรมีการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลไว้ให้เป็นระบบครบถ้วน เพื่อประโยชน์ในการถ่ายทอดประสบการณ์ให้แก่ตำบลอื่นๆ ที่จะจัดตั้งขึ้น ในปีต่อไปตลอดจนเป็นผลงานเมื่อมีการจัดให้มีการประเมินผลงานของศูนย์ฯ

3.5 ส่งเสริมกิจกรรมประชาธิปไตย

การดำเนินชีวิตประจำวันของเรา ต้องยึดหลักเกณฑ์ กฎ กติกา ที่เป็นที่ยอมรับ ในการอยู่ร่วมกัน ในสังคมประชาธิปไตยก็มีหลักการประชาธิปไตยให้ยึดถือปฏิบัติ หลักการ    หรือ กฎ กติกา ถือเป็นหลักให้สมาชิกอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ไม่ให้มีการได้เปรียบเสียเปรียบกัน  จนก่อให้เกิดความเดือดร้อนขึ้นในสังคม การใช้สิทธิเสรีภาพของบุคคลก็ต้องอยู่ภายใต้กฎ กติกาที่มีอยู่ ตลอดจนไม่ล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น

การดำเนินชีวิตประจำวันของเรามีกิจกรรมมากมายที่ต้องทำ ถ้าเราคำนึงถึงหลักการประชาธิปไตยในการดำเนินชีวิตก็จะทำให้สังคมมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย เช่น การรับของแจก ที่มีคนต้องการจำนวนมาก ก็ต้องมีการเข้าแถวรับของตามลำดับใครมาถึงก่อนหลัง หรือถ้าในหมู่บ้านหรือชุมชนมีปัญหาเรื่องใดก็ควรมีการระดมความคิดเห็นจากสมาชิก มีการสร้างกฎ กติกาที่มาจากเสียงส่วนใหญ่ร่วมกัน โดยที่ทุกคนมีอิสระในการออกเสียงไม่ใช่ออกเสียงเพราะมีอิทธิพล หรือสิ่งจูงใจที่ทำให้การออกเสียงไม่ได้เป็นไปตามเหตุและผลที่นำมาใช้วิเคราะห์ในการตัดสินใจ

เมื่อได้กฎ กติการ่วมกัน ทุกคนก็ต้องยึดถือปฏิบัติโดยไม่มีการฝ่าฝืนหรือใช้อภิสิทธิใดๆ ในการ  ไม่ปฏิบัติ ถ้าเห็นว่ากฎ กติกานั้นไม่เหมาะสมก็ควรนำเข้ามาพิจารณาในที่ประชุมของสมาชิก   เพื่อปรับปรุงแก้ไข ถ้ายังไม่มีการปรับปรุงแก้ไขโดยความเห็นของสมาชิกส่วนใหญ่ทุกคนต้องมีหน้าที่ปฏิบัติตาม เพราะถ้าบางคนไม่เห็นด้วยแล้วไม่ปฏิบัติตามก็จะทำให้กิจกรรมเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ หาความเป็นระเบียบไม่ได้ การอยู่ร่วมกันก็จะไม่สงบสุข ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข

ดังนั้น การที่กรรมการ ศส.ปชต. มีภารกิจร่วมกันเพื่อส่งเสริมกิจกรรมประชาธิปไตย ก็จะเป็นการส่งเสริมให้เกิดวิถีชีวิตประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในพื้นที่ตำบล หมู่บ้าน อันจะส่งผลให้สังคมโดยรวมของประเทศรู้จักบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบสถานภาพบทบาท สิทธิ เสรีภาพ หน้าที่ในฐานะพลเมืองดี และปฏิบัติตนตามวิถีชีวิตประชาธิปไตย ทำให้อยู่ร่วมกันอย่างมีหลัก  มีเกณฑ์การพัฒนาประเทศด้านต่างๆ เดินหน้าได้เต็มที่

3.6 มีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้ง

การเลือกตั้งแต่ละครั้งจะสำเร็จได้ ต้องได้รับความร่วมมือร่วมใจจากประชาชนทุกคนถือเป็นวาระแห่งชาติ จะมอบให้ใคร หรือองค์กรใดดำเนินการตามลำพังไม่อาจประสบผลสำเร็จได้ ในกระบวนการเลือกตั้งมีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการมากมาย ตั้งแต่การรับสมัคร     การให้ความรู้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การรณรงค์ให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง การหาเสียงของผู้สมัคร การป้องกันไม่ให้มีการฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง การจัดให้มีการลงคะแนน การนับคะแนน และ  การประกาศผลการเลือกตั้ง แต่ละกระบวนการมีผู้เข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย กรรมการ ศส.ปชต. ก็มีภารกิจในการสนับสนุนให้ทุกกระบวนการสามารถดำเนินไปได้ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปตามกฎหมาย ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ใช้สิทธิโดยอิสระ ไม่ตกอยู่ภายใต้ภาวะคุกคามใดๆ ที่ทำให้การตัดสินใจลงคะแนนไม่ได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่แท้จริง กรรมการ ศส.ปชต. นอกจากจะเข้าร่วมปฎิบัติหน้าที่ด้วยตนเองแล้ว ยังสามารถชักชวนเครือข่ายที่มีอยู่ในพื้นที่ตำบล หมู่บ้านเข้าร่วมปฏิบัติงานได้ด้วย เช่น การให้ความรู้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การรณรงค์ให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง การเป็นเครือข่ายข่าว การร่วมเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง เป็นกรรมการประจำเขตเลือกตั้ง หรือเป็นผู้ช่วยปฏิบัติงาน ฯลฯ

 

cr. คู่มือวิทยากร (วพป.) หลักสูตรฝึกอบรมคณะกรรมการศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง (ศส.ปชต.) : ด้านกิจการการมีส่วนร่วม  สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง